วิธีพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นทุกวัน วันละ 1%

วิธีพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นทุกวัน วันละ 1% จากแนวความคิดไคเซ็น (Kaizen) เพื่อการพัฒนาตัวเอง

บทความนี้เป็นบทความแปลจากภาษาอังกฤษเขียนโดยคุณ Tomas Oppong สามารถอ่านต้นฉบับได้จากลิงก์นี้เลยค่ะ How to be 1% Better Every Day มีการปรับแต่งเพื่อเพิ่มอรรถรสบ้างส่วนนะคะ

“Compounding is the greatest mathematical discovery of all time.” — Albert Einstein

ไอสไตน์ได้กล่าวไว้ว่า ให้ทำการรวบรวมสูตรคณิตศาตร์ที่ค้นพบเข้าด้วยกันตลอดเวลา

การที่เราจะกลายเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่าเดิม ความรู้สึกคงเหมือนกับเรากำลังเล่นเครื่องเล่น Roller Coasters มันยากหนทางทุลักทุเลขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดเวลา มันอาจจะจบลงพร้อมกับความล้มเหลว แต่ชีวิตของเราคือการเดินทางไม่ใช่การวิ่งมาราธอน เพราะฉะนั้นสาวๆ จ้ะ

เรามีโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

หลายๆ คนเฝ้าแต่ตามหาความลับ เทคนิค กลยุทธ์ เพื่อจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นตอนนี้เลย (วัยรุ่นใจร้อน อายุน้อยร้อยล้าน อยากจะรวยแล้วๆ)
ประเดี๋ยวก่อนแม่คุณ ไม่มีความสำเร็จไหน เกิดขึ้นชั่วข้ามคืนนะจ้ะ ชีวิตจริงไม่ใช่นิยาย ไม่มีใครประสบความสำเร็จเพราะการก้าวใหญ่ๆ เพียงครั้งเดียว แต่มันเกิดจากความสำเร็จเล็กๆ ที่หลอมรวมกันตลอดเวลาต่างหาก

 

หยุดพุ่งไปที่การเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างรวดเร็ว

 

“Be patient with yourself. Self-growth is tender; it’s holy ground. There’s no greater investment.” — Stephen Cove

 

เข้าใจว่าทุกคนล้วนอยากจะเห็นผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงภายในระยะเวลาอันสั้น แต่สาวๆ จ้ะคนที่ประสบความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อล้วนต้องผ่านชีวิตที่น่าเบื่อ ช่วงเวลาแห่งการทดสอบก่อนที่จะมาถึงจุดที่ประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นหยุดมองหาทางลัดที่จะนำพาผลลัพธ์ที่น่าพอใจมาให้เราได้แล้ว
ไม่มีอะไรมาช่วยเราได้หรอก เราควรที่จะยอมรับกับทุกการเปลี่ยนแปลงในชีวิตทีละนิดและสนุกไปกับมัน

แทนที่จะนั่งอ่านบทความการพัฒนาตัวเองทุกๆ อันเพื่อหาวิธีให้เรากลายเป็นยอดมนุษย์ เปลี่ยนไปโฟกัสกับงานที่ต้องให้ทำเสร็จกันดีกว่า เราสามารถเป็นแรงบรรดาลใจให้กับตัวเองได้ ความยากและการใช้เวลากับมันอย่างสม่ำเสมอเป็นหนทางเดียวที่จะนำความสำเร็จมาให้คุณ ขอเน้นว่า คุณไม่สามารถประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ้ได้โดยการเปลี่ยนแปลงในระยะเวลาสั้นๆ อย่างแน่นอน

 

การตั้งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้คุณ

 

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยเจอเหตุการณ์ที่ความพยายามของเราจบลงพร้อมกับความล้มเหลว เพราะอะไรนะเหรอ?

เพราะความขี้เกียจนะสิ!

 

ฟังแล้วรู้สึกหัวเราะชอบใจ นอกจากความขี้เกียจแล้ว เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เกินไปก็เป็นสาเหตุหลักค่ะ ที่ทำให้เราเกิความรู้สึกไม่อยากทำ แทนที่จะกระตุ้นให้ลงมือทำ เพราะเป้าหมายที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ จะมีความยากในทุกๆ ขั้นตอน ส่งผลให้สมองของเรารู้สึกกลัวและเครียด เมื่อมีความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้น สมองของเราจะเข้าสู่โหมดแห่งการแช่แข็ง (freeze mode) และถ้าความเครียดยังคงเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เราจะสูญเสียพลังงาน และมีความรู้สึกเบื่อไม่อยากทำอะไรเลย ดังนั้นเราควรจะแก้ไขปัญหานี้ตามที่เจมส์ได้บอกไว้

 

เจมส์บอกว่า

“เราถือความเครียดที่ไม่จำเป็นเพื่อลดน้ำหนักเหรอ หรือเพื่อให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จ หรือเอาไว้เขียนนิยายขายดี จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราทำให้ทุกสิ่งมันง่ายและลดความเครียดโดยการให้ความสำคัญกับทุกๆ ขั้นตอนในชีวิต และทำมันทุกวัน มันน่าจะดีกว่าที่คุณมัวแต่จะไปกังวลกับสิ่งใหญ่โตที่เป็นเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ เมื่อคุณมุ่งความสนใจไปที่การฝึกฝนแทนผลลัพธ์ คุณจะสามารถสนุกกับมันได้ตอนนี้เลย ไม่ต้องรอไปมีความสุขในอนาคต(รอจนประสบความสำเร็จค่อยฉลอง) และได้พัฒนาตัวเองไปด้วยในเวลาเดียวกัน”

 

และถ้าเราอยากให้ทุกเป้าหมายของเราสำเร็จ สิ่งที่สาวๆ ควรทำคือ การสร้างระบบในการทำงานของเรา แทนการตั้งเป้าหมาย ออกแบบระบบ/ขั้นตอนที่เหมาะสมกับตัวเองจะทำให้เราประสบความสำเร็จ การมีระบบที่ดีสำคัญมาก และการทำมันอย่างสม่ำเสมอจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่

“Whoever wants to reach a distant goal must take small steps.” — Helmut Schmidt

ใครก็ตามที่อยากไปถึงเป้าหมายต้องเริ่มจากก้าวเล็กๆ หลายๆ ก้าว

 

การพัฒนาตัวเองไม่มีจุดสิ้นสุด

 

“You will never change your life until you change something you do daily”— Mike Murdock

 

การเรียนรู้ไม่ได้จบเมื่อคุณได้รับใบปริญญานะจ้ะ อย่างที่เขากล่าวกันไว้ การเรียนรู้ไม่มีสิ้นสุด ยิ่งเรียนรู้มากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เราเป็นคนดีที่กว่าเดิมมากเท่านั้น เมื่อไหร่ที่เราประสบความสำเร็จในแต่ละเรื่องและเราต้องการที่จะรักษาระดับไว้ เรายังคงต้องทำมันอย่างต่อเนื่องเหมือนกับที่ผ่านมาที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ

 

ก้าวแรกที่จะพัฒนาชีวิตเราจนกลายเป็นเราในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดมันไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่มีใครสัญญากับเราได้หรอกว่ามันจะง่ายขึ้น แต่พวกเขาดีขึ้น ก้าวแรกของเราคือการทำสิ่งเล็กๆ และเรียนรู้จากมัน จำไว้ว่าเราจะมีความพยายามที่มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยก็มากกว่าคนอื่นที่ไม่เคยพยายามอะไรเลย

 

แนวคิดแบบไคเซ็นและแนวคิดนี้มันดียังไง

 

“Little strokes fell great oaks.” –Benjamin Franklin

ขวานฟันที่ละน้อย ท้ายสุดก็โค่นต้นโอ๊คใหญ่ได้

 

ไคเซ็นเป็นแนวคิดการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องของญี่ปุ่น

เริ่มแรกหลักการของไคเซ็นเอาไว้ใช้ในการพัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้า แต่สามารถนำมาประยุกต์กับชีวิตประจำวันของเราได้ ไอเดียของไคเซ็นคือจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องทุกๆ วัน โดยที่เราจะไม่สนใจว่าสิ่งที่ทำวันนี้มันน้อยแค่ไหน ขอแค่มันทำให้ชีวิตเราดีขึ้นกว่าเมื่อวานพอ

 

Brett และ Kate McKay of The Art of Manliness:

แทนที่เราจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ภายในระยะเวลาสั้นๆ เปลี่ยนมาเป็นพัฒนาที่ละเล็กทุกๆ วันดีกว่าซึ่งจะช่วยนำทางไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เราต้องการ
ในแต่ละวันขอให้เรามุ่งไปที่ 1% ที่จะทำมันให้ดีขึ้น ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราพยายามปรับปรุงอยู่ ขอแค่ 1% เท่านั้น

 

มันดูเหมือนไม่มากกับตัวเลข 1% แต่ 1% ที่เกิดขึ้นจะค่อยๆ หลอมรวมกัน ในตอนแรกการพัฒนาของเรามันจะน้อยมากๆ เหมือนกับเราไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเลย แต่มันจะเพิ่มขึ้นทีละนิดอย่างช้าๆ จนเรายังไม่ทันได้สังเกตถึงการพัฒนานี้ มันอาจจะใช้เวลาเป็นเดือนหรือปี แต่การพัฒนาจะมาหาเราแน่ถ้าเรายังคงทำมันอย่างต่อเนื่อง 1%

 

ทำไมแนวคิดไคเซ็นจึงได้ผล

เมื่อเรามีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ทุกวัน ในที่สุดผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ก็เกิดขึ้น แนวคิดไคเซ็นคือการย้ำเตือนตัวเองว่าการพัฒนาตัวเองจะต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเราปรารถนาผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ เริ่มจากการคิดถึงก้าวเล็กๆ ที่คุณสามารถทำมันได้ทุกวัน สิ่งนี้แหละที่จะทำให้คุณไปถึงเป้าหมายได้

 

1% ในทุกๆ วันไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นวิธีปฏิบัติที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ 1% ดูเหมือนจะน้อยมากๆ และใช่ มันน้อยมากจริงๆ สิ่งนี้แหละทำให้เราลงมือทำได้ง่ายมาก ช่วยลดความกลัวที่จะต้องทำและสามารถจัดการกับมันได้ ถึงมันจะไม่ตื่นเต้นเท่ากับการต่อสู้กับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมันจะแข็งแกร่งและยั่งยืน